ในโลกของการสะสมแคคตัสที่เต็มไปด้วยสายพันธุ์หลากรูปทรง หลายคนอาจคุ้นเคยกับแคคตัสหนามแหลมคม หรือสายพันธุ์ดอกสวยงาม แต่ยังมี “อัญมณี” ที่ซ่อนตัวอยู่และมอบความตื่นตาตื่นใจด้วยสีสันที่แตกต่างอย่างสิ้นเชิง นั่นคือ Opuntia basilaris หรือที่นักสะสมรู้จักกันในฉายาที่น่ารักว่า “แคคตัสหูกระต่ายสีม่วง” แคคตัสสายพันธุ์นี้ไม่ได้โดดเด่นเพียงแค่รูปทรงแผ่นใบที่คล้ายหูสัตว์ หรือชื่อสามัญอย่าง “Beavertail Cactus” เท่านั้น แต่ความพิเศษที่ทำให้มันเป็นที่ต้องการของนักสะสมทั่วโลกคือความสามารถในการ เปลี่ยนสีผิวเป็นสีม่วงเข้มหรือสีม่วงแดงสด เมื่อต้องเผชิญกับแสงแดดจัดและความเครียดจากอากาศที่แห้งแล้ง สีสันอันเป็นเอกลักษณ์นี้เปลี่ยนให้พืชทะเลทรายธรรมดา กลายเป็นงานศิลปะมีชีวิตที่สะดุดตา
อย่างไรก็ตาม ภายใต้ความสวยงามและสีสันที่เย้ายวนใจ Opuntia basilaris ยังซ่อนความท้าทายเล็ก ๆ ไว้ในรูปของขนขนาดเล็กที่เรียกว่า Glochids ซึ่งต้องอาศัยความเข้าใจและการจัดการที่เหมาะสม บทความนี้จะพาทุกท่านไปทำความรู้จักกับแคคตัสหูกระต่ายสีม่วงอย่างเจาะลึก ตั้งแต่การกำเนิดในทะเลทราย ไปจนถึงวิธีการดูแลให้มันเปลี่ยนเป็นสีม่วงสวยงามที่สุด เพื่อเพิ่มสีสันที่น่าตื่นเต้นให้กับคอลเลกชันของท่าน!

ข้อมูลพื้นฐานของสายพันธุ์ข้อมูลรายละเอียด
| ชื่อวิทยาศาสตร์ (Scientific Name) | Opuntia basilaris |
| ชื่อสามัญ (Common Name) | Beavertail Cactus (แคคตัสหางบีเวอร์) |
| ฉายา/ชื่อเล่น (Nickname) | Purple Prickly Pear, Purple Bunny Ears (แคคตัสหูกระต่ายสีม่วง) |
| ถิ่นกำเนิด | ทะเลทรายโมฮาวี (Mojave Desert) และโซนอุณหภูมิอบอุ่นของสหรัฐอเมริกาและเม็กซิโก |
| ลักษณะเด่น | แผ่นใบ (Pads) แบนกว้างคล้ายหูสัตว์ หรือหางบีเวอร์ ไม่มีหนามแข็ง แต่มีขนขนาดเล็กที่เรียกว่า Glochids |
จุดเด่นที่ทำให้ Opuntia basilaris น่าสนใจ
- สีม่วงสวยงาม (The Purple Effect): นี่คือสิ่งที่ทำให้สายพันธุ์นี้โดดเด่นที่สุด! ภายใต้สภาพอากาศที่ เครียด (Stress) จากความหนาวเย็นจัดหรือแสงแดดจัดมาก ๆ แผ่นใบ (Pads) ของมันจะเปลี่ยนจากสีเขียวอมเทาเป็น สีม่วงเข้ม หรือสีม่วงแดงสด เพื่อป้องกันตัวเองจากรังสี UV การเปลี่ยนสีนี้เป็นสิ่งที่นักสะสมชื่นชอบมาก เพราะให้ความรู้สึกแปลกใหม่และน่าตื่นตาตื่นใจ
- ไม่มีหนามแหลมคม แต่มีขนพิษ (Glochids): มันเป็นแคคตัสในกลุ่ม Opuntia ที่ ไม่มีหนามแข็ง (Spines) ให้เห็นชัดเจนเหมือนแคคตัสทั่วไปแต่กลับมี ขนขนาดเล็กละเอียดคล้ายฝุ่น สีเหลืองหรือสีแดงอ่อน ๆ ปกคลุมอยู่ตามผิวขนเหล่านี้เรียกว่า Glochids
คำเตือนสำคัญ: ขน Glochids นี้มีความอันตรายมากกว่าหนามทั่วไป เพราะมันเล็กมากและมีลักษณะเป็นตะขอเล็ก ๆ เมื่อสัมผัสจะหลุดติดผิวหนังได้ง่ายมาก ทำให้เกิดอาการคันและระคายเคืองอย่างรุนแรง (ต้องใช้ความระมัดระวังในการสัมผัสสูง) - รูปทรงคล้ายหู: มีแผ่นใบที่แบนและมีขอบโค้งมน เมื่อแผ่นใบใหม่งอกออกมาจากด้านบนของแผ่นเดิม จะดูคล้ายกับ "หูกระต่าย" ทำให้เป็นที่มาของฉายาที่น่ารักนี้

ข้อควรระวังและวิธีดูแลในประเทศไทย
แสง: ต้องการแสงแดดจัดมาก หากปลูกในที่ร่มสีม่วงจะจางหายไปเป็นสีเขียว
น้ำ: ทนแล้งได้ดีมาก ต้องปล่อยให้ดินแห้งสนิทก่อนรดน้ำครั้งต่อไป ระวังรากเน่า ในช่วงฤดูฝน
วัสดุปลูก: เน้นวัสดุที่ระบายน้ำได้ดีมาก ๆ เช่นเดียวกับแคคตัสทะเลทรายทั่วไป
การจับต้อง: ต้องใช้ถุงมือหนาหรือที่คีบเสมอ ห้ามสัมผัสแผ่นใบโดยตรง เพราะ Glochids อาจติดผิวหนังและทำให้ระคายเคืองนานหลายวัน

0 Comments